ขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

การตรวจสัญญาอย่างละเอียดก่อนลงนามเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสัญญาเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ก่อให้เกิดสิทธิ หน้าที่ และความผูกพันระหว่างคู่สัญญา หากมีข้อกำหนดที่ไม่ชัดเจนหรือไม่เป็นธรรม อาจนำไปสู่ข้อพิพาท การเสียเปรียบ หรือการถูกฟ้องร้องในอนาคตได้

สำนักงานกฎหมายจึงขอแนะนำรายการตรวจสอบเบื้องต้นที่ควรพิจารณาก่อนลงนามในสัญญา ดังนี้

1) ตรวจสอบข้อมูลคู่สัญญา (Parties)

ควรตรวจสอบชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หรือชื่อบริษัทของคู่สัญญาให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามเอกสารทางราชการหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล

ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นบริษัท ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้ลงนามมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ และเงื่อนไขการลงลายมือชื่อร่วมกับตราประทับ (ถ้ามี)

2) วัตถุประสงค์และขอบเขตของสัญญา (Scope of Work / Subject Matter)

เนื้อหาสัญญาควรระบุวัตถุประสงค์ สิทธิ หน้าที่ และขอบเขตการดำเนินงานของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาการตีความภายหลัง

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความที่กว้างหรือคลุมเครือ เช่น “ดำเนินการตามความเหมาะสม” หรือ “ให้บริการตามที่ตกลง” โดยไม่มีรายละเอียดประกอบ

หากมีรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือเงื่อนไขทางเทคนิคจำนวนมาก ควรจัดทำเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา และให้คู่สัญญาลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า

3) เงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Terms)

สัญญาควรกำหนดจำนวนเงิน วิธีการชำระเงิน ระยะเวลาชำระ และเงื่อนไขการแบ่งชำระเป็นงวดให้ชัดเจน เช่น

  • จำนวนเงินรวมตามสัญญา
  • เงินมัดจำหรือเงินล่วงหน้า
  • กำหนดวันครบชำระ
  • เงื่อนไขการจ่ายแต่ละงวดตามความคืบหน้างาน
  • เลขบัญชีหรือช่องทางรับชำระเงิน

การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวอย่างชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้และข้อพิพาททางการเงิน

4) ระยะเวลาและการเลิกสัญญา (Term and Termination)

ควรระบุวันเริ่มต้น วันที่สัญญามีผลใช้บังคับ และวันสิ้นสุดของสัญญาให้ชัดเจน

นอกจากนี้ ควรกำหนดสิทธิในการบอกเลิกสัญญา เช่น

  • คู่สัญญาฝ่ายใดผิดนัดเกินระยะเวลาที่กำหนด
  • ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสาระสำคัญ
  • ล้มละลาย หรือเลิกกิจการ

พร้อมทั้งระบุระยะเวลาแจ้งบอกเลิกล่วงหน้าอย่างชัดเจน เช่น 15 วัน หรือ 30 วัน

5) ความรับผิด ค่าปรับ และค่าเสียหาย (Liability and Penalties)

สัญญาควรกำหนดความรับผิดของแต่ละฝ่ายในกรณีผิดสัญญา รวมถึงค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือเบี้ยปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้

ทั้งนี้ อัตราค่าปรับควรมีความเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในกรณีต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล

ควรมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ เหตุสุดวิสัย (Force Majeure) เช่น ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ โรคระบาด หรือเหตุการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่สัญญา

6) การระงับข้อพิพาทและเขตอำนาจศาล (Dispute Resolution)

ควรระบุวิธีการระงับข้อพิพาทให้ชัดเจน เช่น

  • การเจรจาไกล่เกลี่ย
  • อนุญาโตตุลาการ
  • การฟ้องคดีต่อศาล

พร้อมกำหนดเขตอำนาจศาลที่ใช้พิจารณาคดี เช่น ศาลไทย หรือศาลในจังหวัดที่คู่สัญญาสะดวก

ข้อควรระวังเพิ่มเติมก่อนลงนาม

  • ไม่ควรลงนามในสัญญาที่มีช่องว่างหรือข้อความไม่สมบูรณ์
  • ควรขีดฆ่าช่องว่างที่ไม่ได้ใช้งานทุกจุด
  • ควรมีพยานลงลายมือชื่อรับรองอย่างน้อย 2 คน
  • ควรจัดทำสัญญาอย่างน้อย 2 ฉบับที่มีข้อความตรงกัน และเก็บรักษาไว้ฝ่ายละ 1 ฉบับ